ทำไม Straight Flush ถึงแรงกว่ามืออื่นส่วนใหญ่
ส่วน implied odds poker คือการมองต่อไปอีกขั้น ไม่ได้ดูแค่ว่าคอลรอบนี้คุ้มไหม แต่ดูว่า ถ้าคุณติดมือแล้วจะมีโอกาสได้เงินเพิ่มอีกหรือไม่ เช่น คุณมี draw ที่ดีและถ้าติดแล้วคาดว่าอีกฝ่ายจะจ่ายเพิ่ม ก็เท่ากับมูลค่าที่แท้จริงสูงกว่า pot odds ที่เห็นตรงหน้า ผู้เล่นที่เก่งจะไม่ดูแค่ absolute hand strength หรือความแข็งแรงของมือแบบตายตัว แต่จะดู relative hand strength ด้วยว่าเมื่อเทียบกับบอร์ดและไลน์เดิมพัน ณ ตอนนั้น มือของเราดีพอไหม บอร์ด texture poker ก็มีผลมาก เพราะบอร์ดที่เปียกและเชื่อมต่อกันมักทำให้ความเสี่ยงของ draw สูง ขณะที่บอร์ดแห้งอาจทำให้คู่เล็กๆ ของเรามีคุณค่ามากขึ้นในบางสถานการณ์เริ่มจากพื้นฐานที่สำคัญที่สุดก่อน ลำดับไพ่เท็กซัสโฮลเอ็มหรือ poker hand ranking แบบมาตรฐานมีทั้งหมด 10 มือ เรียงจากแรงที่สุดไปอ่อนที่สุดคือ Royal Flush, Straight Flush, Four of a Kind, Full House, Flush, Straight, Three of a Kind, Two Pair, One Pair และ High Card ถ้าคุณจำลำดับนี้ได้ คุณจะเริ่มมองเกมออกทันทีว่ามือที่ถืออยู่แข็งแรงแค่ไหน และควรเล่นแบบไหนในแต่ละสถานการณ์ มือที่แข็งที่สุดคือ Royal Flush ซึ่งเป็น A-K-Q-J-10 ดอกเดียวกันทั้งหมด ถือเป็นมือที่หายากมากจนแทบไม่ได้เห็นบ่อยในการเล่นจริง ต่อมาคือ Straight Flush คือไพ่เรียงกัน 5 ใบและดอกเดียวกัน เช่น 5-6-7-8-9 โพแดง ถัดลงมาคือ Four of a Kind หรือสี่ใบเลขเดียวกัน เช่น Q-Q-Q-Q ตามด้วย Full House ซึ่งเป็น 3 ใบเลขเดียวกันบวกอีก 2 ใบเลขเดียวกัน เช่น K-K-K-7-7 หลายคนมือใหม่มักสับสนว่าฟลัชกับฟูลเฮาส์อันไหนแรงกว่า แต่จำไว้เลยว่า Full House แรงกว่า Flush เสมอ
split pot โป๊กเกอร์ หรือการแบ่งพอท เกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นสองคนหรือมากกว่านั้นมี 5 ใบที่ดีที่สุดเท่ากันทุกประการจริง ๆ โดยไม่สามารถใช้ kicker แยกได้แล้ว นี่เป็นสถานการณ์ที่พบได้บ่อยใน Texas Holdem เพราะแต่ละคนใช้ไพ่บนบอร์ดร่วมกัน และบางครั้งบอร์ดก็ทำให้ทุกคนมีมือเหมือนกันเป๊ะ เมื่อถึงจุดนั้นโป๊กเกอร์จะใช้หลัก tie breaker poker แบบ lexicographic comparison poker เปรียบเทียบลำดับทีละใบจากใบที่สำคัญที่สุด หากยังเท่ากันทั้งหมดก็แบ่งพอทกันไป ผู้เล่นมือใหม่ควรจำไว้ว่าใน Texas Holdem เราไม่ได้ดูแค่มือในมือเรา แต่ต้องดู best 5 cards Texas Holdem จาก hole cards 2 ใบของเราและ board cards 5 ใบบนโต๊ะประกอบกันเสมอ การเข้าใจจุดนี้จะช่วยลดความเข้าใจผิดเวลา showdown ได้มาก
ถ้าสองคนมีมือเหมือนกันทุกอย่างจริง ๆ นั่นคือกรณี split pot หรือการแบ่งพอท ไม่ใช่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งชนะเต็ม ๆ โดยปกติในเท็กซัสโฮลเอ็มจะใช้ best 5 cards คือเลือกไพ่ 5 ใบที่ดีที่สุดจากไพ่ในมือ 2 ใบและไพ่กองกลาง 5 ใบ ถ้า 5 ใบที่ดีที่สุดของทั้งสองคนเหมือนกันทุกประการจริง ๆ ก็ต้องแบ่งพอทกัน แนวคิดนี้สำคัญมากเพราะมือใหม่บางคนคิดว่าตัวเองชนะหรือแพ้แน่นอน แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นเสมอกันตามกติกา เกมนี้จึงต้องดูทั้งไพ่ในมือ บอร์ด และลำดับการจัดไพ่ที่ดีที่สุดเสมอ ไม่ใช่มองแค่ไพ่สองใบที่ถืออยู่เท่านั้น
ถัดลงมาคือ Straight Flush ซึ่งเป็นไพ่เรียง 5 ใบและดอกเดียวกัน เช่น 5-6-7-8-9 โพดำ มือแบบนี้ก็แรงมากเช่นกัน เพราะต้องครบทั้งเงื่อนไข “เรียง” และ “ดอกเดียวกัน” พร้อมกัน จึงเกิดยากมาก Four of a Kind หรือตองสี่ คือไพ่ 4 ใบหน้าเดียวกัน เช่น Q-Q-Q-Q แล้วมีอีกหนึ่งใบประกอบเป็นไพ่ใบที่ห้า มือแบบนี้ก็แข็งแกร่งมากและชนะมือส่วนใหญ่ได้สบาย ส่วน Full House คือ 3 ใบหน้าเดียวกันบวกกับอีก 2 ใบหน้าเดียวกัน เช่น K-K-K-7-7 หลายคนมือใหม่มักสับสนว่า flush แรงกว่า full house หรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ full house แรงกว่า flush แน่นอน เหตุผลง่ายมากคือมันเกิดยากกว่า และในโป๊กเกอร์ความน่าจะเป็นของการเกิดมือมักสะท้อนความแรงของมือด้วย
equity poker hands: บทความนี้สรุปลำดับไพ่ Texas Hold’em ทั้ง 10 มือ พร้อมอธิบาย kicker, split pot, pot odds และความน่าจะเป็นแบบเข้าใจง่าย ใช้เล่นได้จริงทั้งมือใหม่และคนเล่นประจำ
ถ้าทั้งสองฝ่ายมีมือที่เหมือนกันจริงๆ ทุกประการจะเกิด split pot โป๊กเกอร์ หรือการแบ่งพอท ตัวอย่างเช่น ถ้าบอร์ดออกมาทำให้ทั้งสองคนใช้ best 5 cards Texas Holdem ได้เหมือนกันทุกใบ เช่น ไอเดียของมือดีที่สุด 5 ใบบนบอร์ดเหมือนกันเป๊ะ โดยไม่มี kicker ใดๆ มาแยกได้ ก็จะต้องแบ่งเงินในพอตเท่าๆ กัน นี่เป็นกติกาพื้นฐานที่ผู้เล่นควรรู้ เพราะบางครั้งคนคิดว่าตัวเองชนะ แต่จริงๆ แล้วเป็นแค่การเสมอกันและแบ่งพอต การเข้าใจเรื่อง tie breaker poker หรือการตัดสินผู้ชนะเมื่อมือสูสีกันจึงสำคัญมาก ไม่อย่างนั้นอาจเกิดการเข้าใจผิดระหว่างเล่นได้ง่าย
โป๊กเกอร์ที่ดีไม่ใช่เกมของคนจำลำดับไพ่ได้อย่างเดียว แต่เป็นเกมของคนที่อ่านสถานการณ์ได้ด้วย เช่น ถ้าคุณถือ pocket pair อย่าง KK preflop มักมี equity ค่อนข้างดีมากเมื่อเจอกับไพ่สุ่ม ขณะที่ suited connector อย่าง J♠T♠ ก็มีมูลค่าในเชิงเกมสูงเพราะสามารถทำทั้ง Straight และ Flush ได้ ทำให้มีโอกาสสร้างมือใหญ่หลังฟล็อปได้ดี การเข้าใจ starting hand equity จะช่วยให้คุณมองไพ่เริ่มต้นต่างจากมือใหม่ทั่วไป และช่วยให้ตัดสินใจได้สมเหตุสมผลขึ้น ไม่ใช่เล่นตามความรู้สึกเพียงอย่างเดียว เมื่อคุณเริ่มคิดเป็นเรื่อง absolute hand strength และ relative hand strength คุณจะเห็นว่าไพ่ใบเดียวกันอาจแข็งหรืออ่อนต่างกันมากตาม board texture poker ที่ออกมา เช่น คู่กลางอาจดูดีบนบอร์ดแห้ง แต่กลับอันตรายมากบนบอร์ดที่เชื่อมต่อกันหลายใบ
อีกเรื่องที่ทำให้คนเล่นใหม่งงที่สุดคือ kicker คืออะไร คำนี้หมายถึงไพ่ใบช่วยที่ใช้ตัดสินเมื่อผู้เล่นสองคนมีมือหลักเท่ากัน เช่น ทั้งคู่มี One Pair ของ A เหมือนกัน แต่คนหนึ่งมี K เป็น kicker ส่วนอีกคนมี Q เป็น kicker คนที่ถือ K จะชนะ เพราะไพ่ใบรองของเขาสูงกว่า ตัวอย่างนี้พบได้บ่อยมากในเกมจริง โดยเฉพาะเวลาบอร์ดออกมาเป็นไพ่คู่กลาง ๆ แล้วทุกคนดูเหมือนมีมือคล้ายกัน แต่เมื่อถึงการนับจริง kicker จะเป็นตัวแบ่งชนะหรือแพ้ ดังนั้นเวลาเล่นอย่ามองแค่ว่ามีคู่หรือมีตองอย่างเดียว ต้องมองว่าไพ่ใบอื่นสนับสนุนมือคุณดีแค่ไหนด้วย
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มเล่นเท็กซัสโฮลเอ็มหรือเล่นมานานแล้วแต่ยังสับสนเรื่องลำดับไพ่โป๊กเกอร์ บทความนี้จะช่วยให้คุณมองภาพรวมได้ชัดขึ้นแบบครบจบในโพสต์เดียว เพราะในเกมโป๊กเกอร์ สิ่งที่ทำให้ผู้เล่นตัดสินใจได้ดีไม่ใช่แค่การเดาว่าไพ่ตัวเอง “ดูดี” หรือไม่ แต่คือการเข้าใจว่ามือแบบไหนแรงกว่าแบบไหน ไพ่ใบไหนใช้ตัดสินผลในจังหวะเสมอ และสถานการณ์แบบใดควรหมอบ ควรตาม หรือควรดันต่อ หลายคนเล่นมานานแต่ยังตอบไม่ชัดว่า kicker คืออะไร หรือ split pot โป๊กเกอร์ เกิดขึ้นตอนไหน บางคนจำได้แค่ว่าฟลัชแรงกว่าสเตรท แต่ไม่รู้เหตุผลจริง ๆ บทความนี้เลยอยากรวมทุกเรื่องพื้นฐานที่สำคัญ ตั้งแต่ลำดับไพ่เท็กซัส โฮลเอ็ม ไปจนถึงความน่าจะเป็นของมือไพ่ และปิดท้ายด้วยการพูดถึง QQPK แอปโป๊กเกอร์ที่นักโป๊กเกอร์เอเชียหลายคนรู้จักกันครับ
ถ้าพูดถึงลำดับไพ่โป๊กเกอร์ทั้งหมดใน Texas Holdem hand ranking แบบมาตรฐานสากล จะมีทั้งหมด 10 มือ เรียงจากแรงที่สุดไปอ่อนที่สุด เริ่มจาก Royal Flush คือไพ่ A-K-Q-J-10 ที่เป็นดอกเดียวกันทั้งหมด มือแบบนี้หายากที่สุดในเกม และเป็นภาพจำของโป๊กเกอร์แทบทุกคน รองลงมาคือ Straight Flush คือไพ่ 5 ใบเรียงกันและเป็นดอกเดียวกัน เช่น 5-6-7-8-9 ดอกเดียวกัน ถัดมาคือ Four of a Kind หรือไพ่สี่ใบหน้าเดียวกัน เช่น Q-Q-Q-Q ตามด้วย Full House ซึ่งเป็นชุด 3 ใบเหมือนกันบวกอีก 1 คู่ เช่น K-K-K-7-7 แล้วจึงเป็น Flush หรือไพ่ 5 ใบดอกเดียวกันแต่ไม่จำเป็นต้องเรียง ต่อด้วย Straight คือไพ่ 5 ใบเรียงกันแต่คนละดอกก็ได้ จากนั้นเป็น Three of a Kind หรือไพ่ 3 ใบหน้าเดียวกัน Two Pair หรือสองคู่ One Pair หรือหนึ่งคู่ และสุดท้าย High Card ซึ่งหมายถึงไม่มีชุดอะไรเลย จึงตัดสินด้วยไพ่สูงสุดที่เหลืออยู่ ลำดับนี้เป็นพื้นฐานสำคัญมาก เพราะถ้าเข้าใจผิดเพียงนิดเดียว การตัดสินใจทั้งมืออาจผิดได้ทันที
เมื่อเข้าใจลำดับไพ่แล้ว ขั้นต่อไปที่ช่วยให้เล่นเก่งขึ้นจริงคือการเข้าใจ equity poker hands, pot odds poker และ outs โป๊กเกอร์ เพราะแม้คุณจะรู้ว่ามือไหนแรงกว่า แต่ในเกมจริงคุณไม่ได้ชนะทุกครั้งด้วยมือที่ใหญ่ที่สุดเสมอไป คุณต้องรู้ด้วยว่ามือของคุณมีโอกาสพัฒนาแค่ไหน เช่น flush draw probability หรือ straight draw probability หากคุณมี flush draw โดยทั่วไปจะมี 9 outs เพราะเหลือไพ่ดอกเดียวกันอีก 9 ใบที่ทำให้ติดฟลัช ส่วน open-ended straight draw จะมี 8 outs เพราะมีไพ่ 8 ใบที่ช่วยทำให้สเตรทสมบูรณ์ การนับ outs ให้เป็นคือพื้นฐานของการคำนวณว่าเมื่อไหร่ควร call หรือ fold เพราะถ้า equity ของคุณสูงกว่าหรือคุ้มกับ pot odds คุณก็ควรตาม แต่ถ้า equity ต่ำกว่าต้นทุนที่ต้องจ่ายเพื่ออยู่ในพอท การหมอบอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ในบรรดาไพ่แบบสเตรท ยังมีมือพิเศษที่ควรรู้ คือ Wheel straight และ Broadway straight Wheel straight คือ A-2-3-4-5 ซึ่งเป็นสเตรทต่ำสุดในเกม โดย Ace จะนับเป็น 1 ได้ในกรณีนี้เท่านั้น ส่วน Broadway straight คือ A-K-Q-J-10 ซึ่งเป็นสเตรทสูงสุด ถ้าเป็นดอกเดียวกันทั้งหมดจะไม่ใช่แค่สเตรทธรรมดา แต่กลายเป็น Royal Flush ทันที มือพิเศษสองแบบนี้มักทำให้มือใหม่สับสน โดยเฉพาะเวลามี A อยู่ในมือ แล้วไม่แน่ใจว่ามันนับสูงหรือต่ำ คำตอบคือในโป๊กเกอร์ Ace สามารถเป็นได้ทั้งสูงและต่ำ แต่จะใช้ได้ตามรูปแบบของสเตรทเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะเล่นที่ไหน สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเข้าใจพื้นฐานให้แน่น เพราะถ้าคุณรู้ลำดับไพ่โป๊กเกอร์ครบ รู้ว่า kicker ใช้ตัดสินอย่างไร รู้ว่า split pot เกิดเมื่อไร และอ่าน pot odds กับ outs ได้ คุณจะตัดสินใจได้ดีขึ้นทันทีในเกมจริง โป๊กเกอร์ไม่ใช่เกมเดาอย่างเดียว แต่เป็นเกมของข้อมูล ความน่าจะเป็น และการเลือกจังหวะที่เหมาะสม ถ้าจำอะไรจากบทความนี้ได้อย่างเดียว ขอให้จำไว้ว่าไพ่ที่เกิดยากมักแรงกว่า รู้ลำดับมือให้แม่น รู้วิธีเทียบไพ่ให้ชัด แล้วค่อยฝึกอ่านเกมเพิ่ม ถ้าคุณทำได้แบบนี้ โป๊กเกอร์จะสนุกขึ้นมากและมีโอกาสพัฒนาเป็นผู้เล่นที่ดีได้จริง และถ้าจะลองเล่นออนไลน์ QQPK ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่หลายคนในโซนเอเชียเลือกใช้กันอยู่ในตอนนี้